แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง ..มาจากสาเหตุ?

0

มีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้ แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง หรือเย็นเฉพาะตอนรถวิ่งหรือตอนเฉพาะช่วงกลางคืน



แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง  มาจากหลายสาเหตุคือ

1.น้ำยาแอร์ขาดหรือหมด 
เกิดได้จากใช้งานมานานทำให้น้ำยาแอร์ขาด ทำให้แอร์รถไม่ค่อยเย็น หรือเกิดการรั่วซึ่มของน้ำยาแอร์ในระบบทำให้น้ำยาแอร์หมด จะทำให้แอร์รถในห้องโดยสารเย็นน้อยหรือไม่เย็นเลย จะมีแต่ลมออกมาจากช่องแอร์

2. ตู้แอร์ สายท่อแอร์ หรือข้อต่อต่างๆเกิดรอยรั่วซึม
จะทำให้ค่าแรงดันของน้ำยาแอร์ตก เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้แอร์ไม่เย็น ตรวจเองได้โดยใช้น้ำสบู่หรือผสมแชมพู ตีให้เป็นฟองแล้วนำไปทาตามต่อต่างๆ ของระบบแอร์ ถ้าเห็นฟองอากาศลอยตัวขึ้นมานั้น แสดงว่ามีการรั่วซึมตามรอยต่อนั้น ให้ทำการขันให้แน่ ในกรณีตู้คอยล์เย็น,แผงคอยล์หรือท่อแอร์รั่วซึมควรให้ช่างร้านซ่อมแอร์จัดการซ่อมให้

3. ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อน ไม่ดี 
ทำให้แอร์รถไม่ค่อยเย็น เย็นตอนรถวิ่งหรือช่วงกลางคืนเกิดจากพัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อน ไม่ทำงานมีกำลังน้อยหรือแผงคอยล์ร้อนสกปรกอุดตัน  ทำให้น้ำยาที่ส่งเข้าคอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูงเนื่องจากระบายความร้อนไม่ดี ทำให้แอร์ไม่เย็นได้ ตรวจเช็คได้ เปิดฝากระโปรงรถ ติดเครื่องยนต์ พร้อมเปิดแอร์ เมื่อมีการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ดูพัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนทำงานไหม หรือหมุนช้ามีเสียงดัง

หากมีปัญหาต้องเปลี่ยนพัดลมใหม่ ถ้าแผงคอยล์ร้อนสกปรกก็ทำความสะอาดเสีย จะทำให้การระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ดีขึ้น ทำให้ระบบแอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวมไม่มีกำลังอัด
ในกรณีที่ลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ทำให้ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์มีน้อย ทำให้แรงดังของน้ำยาแอร์ฉีดเข้าคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ไม่เย็นได้ สามารถสังเกตได้จากเมื่อติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง (พัดลมระบายความร้อน แผงคอยล์ร้อนทำงานปกติ ระบบท่อน้ำยาแอร์ไม่รั่ว) แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์เย็น นั่นแสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ทางแก้ไขปัญหาคือ ให้เปลี่ยนลูกสูบใหม่หรือมือสอง(ไม่นิยมซ่อมเพราะราคาซ่อมพอๆกับการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่) ควรหาร้านที่น่าเชื่อถือที่สุด

5. ชุดวาล์ว และดรายเออร์อุดตัน หรือเสื่อมคุณภาพ 
ในกรณีที่วาล์ว และดรายเออร์อุดตันทำให้แรงดันน้ำยาแอร์ที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไหลผ่านเข้าคอยล์เย็นไม่สะดวก ทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดไม่เพียงพอที่จะดูดซับความเย็นภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ภายในห้องโดยสารเย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นได้ ตรวจเช็คได้โดยการติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ (ต้องไม่มีการรั่วของระบบแอร์ คอมเพรสเซอร์สมบูรณ์ พัดลมระบายอากาศทำงานปกติ) แอร์มีระดับความเย็นไม่มากและมีเสียงดังอยู่ใกล้ตู้แอร์ หรือแอร์ไม่เย็นเลย แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์มีความเย็นนั่นแสดงว่า ชุดวาล์วและดรายเออร์เกิดการอุดตันแล้ว

การแก้ไขปัญหา โดยถอดเปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่ (ชุดวาล์วและดรายเออร์ควรที่จะเปลี่ยนพร้อมกัน เพราะดรายเออร์จะทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันนั่นแสดงว่าดรายเออร์ชำรุดแล้ว)

 

 

6. คลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท(คลัตช์ลื่น)
ปัญหาของคลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท(คลัตช์ลื่น) นั่นเกิดจากกระแสไฟที่ส่งเข้ามายังคลัตช์แม่เหล็กมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะทำให้คลัตช์คอมเพรสเซอร์ติดเข้ากับมูลเลย์ได้ หรือสามารถติดได้แต่ไม่แน่น เกิดการฟรีในบางจังหวะ เมื่อคลัตช์คอมเพรสเซอร์มีการจับมูเลย์บ้างไม่จับบ้าง ก็เป็นสาเหตุให้คอมเพรสเซอร์ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง  จึงทำให้แอร์เย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นเลย ในการแก้ไขปัญหาสามารถดูได้ 3 จุด

  1. ระบบสายไฟที่ส่งมายังคลัตช์คอมเพรสเซอร์บกพร่อง
  2. ชุดสวิตช์ระดับเซ็นเซอร์ควบคุมความเย็น (Themostat) มีการเสื่อมสภาพ
  3. ทำการปรับแต่งหน้าคลัตช์ให้เรียบเสมอ และตั้งระยะคลัตช์ใหม่ จะมีค่าใช้จ่ายสูง

7. สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนมากเกินไป
การที่สายพานคอมเพรสเซอร์แอร์หย่อนมากเกินไป ทำให้ในเวลาที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน สายพานที่รับกำัลังจากเครื่องยนต์ เพื่อฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนนั้นเกิดการฟรี ไม่สามารถที่จะฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนได้ สามารถสังเกตได้ เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะเกิดเสียงดังและแอร์ภายในรถยนต์จะไม่ค่อยเย็น การแก้ไขปัญหาคือการปรับระดับสายพานให้ตึงขึ้น ถ้าสายพานมีรอยแตกหรือฉีกขาดควรเปลี่ยนเส้นใหม่ทันที

8. การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท 
การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท หรือใช้น้ำยาแอร์ปลอมปนนั้น จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลงได้  จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์แตกต่างกันไป ขึ้นกับลักษณะของการปลอมปน โดยหลักๆได้แก่

  • ทำให้ความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์ในระบบแอร์รถยนต์ ไม่สามารถทนแรงดันซึ่งสูงกว่าที่บริษัทผู้ผลิตออกแบบไว้ เกิดความเสียหายหรือระเบิดขึ้น เมื่อความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้คลัตช์ของคอมเพรสเซอร์มีความร้อนสูงและเสียหายได้
  • ทำให้การทำงานของคอยล์เย็น และเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วผิดปกติ ส่งผลให้แอร์ในรถไม่เย็นความเสียหายต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่อปกรณ์ต่างๆ จะค่อยๆเสียหายและหมดอายุการใช้งานก่อนกำหนด เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

 

บทความ..>>> เกร็ดน่ารู้ เพื่อยืดอายุการใช้งานแอร์รถยนต์

(Visited 57,428 time, 12 visit today)

Comments

comments

Share.