สาเหตุของเครื่องยนต์ร้อน และวิธีแก้ไขปัญหา 15 ข้อ

3

สาเหตุของเครื่องยนต์ร้อน เกิดจากระบบระบายความร้อนเป็นหลักเพราะ ระบบระบายความร้อนทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงเกินไป โดยการระบายความร้อนบางส่วนออกไป ความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้เสียหายต่อลูกสูบ กระบอกลูกสูบวาล์ว และชิ้นส่วนอื่นๆตลอดจนทำลายน้ำมันหล่อลื่นจนสูญเสียคุณสมบัติที่ดี

วิธีการแก้ไข สาเหตุของเครื่องยนต์ร้อน อุณหภูมิสูงเกิน

  • 1. ระดับน้ำหล่อเย็น ในหม้อน้ำลดต่ำมากเกินไป
     ทำให้ไม่เพียงต่อการระบายความร้อน ควรตรวจสอบและเติมน้ำให้เต็ม
  •  2. สายพานขับปั๊มน้ำขาด
    ปั๊มน้ำและพัดลมหม้อน้ำจะหยุดหมุน เครื่องยนต์จะร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ขับขี่จะทราบได้ทันที เพราะว่าสายพานดังกล่าวใช้ขับเคลื่อนไดชาร์จ (เจนเนอเรเตอร์) ด้วย และเมื่อไดชาร์จหยุดหมุนจะมีสัญญาณไฟเตือนให้ทราบว่าไม่มีการชาร์จ ควรตรวจสอบแล้วเปลี่ยนสายพานใหม่
  •  3. สายพานขับปั๊มน้ำหย่อนเกินไป
    จะทำให้ปั๊มน้ำและพัดลมหม้อน้ำหมุนช้ากว่าปกติ ทั้งนี้เพราะเกิดการลื่นไถลระหว่างสายพานกับมูเล่ โดยทั่วไปแล้วสายพานที่มีความตึงเหมาะสมจะยุบตัวลงประมาณ ¼ – ½ นิ้ว เมื่อออกแรงกดตรงกลางสายพาน ถ้าสายพานหย่อนเกินไปควรปรับให้ตึง โดยการคลายสลักเกลียวปรับที่ยึดไดชาร์จออก  แล้วดึงไดร์ชาร์จให้สลักเกลียวปรับเลื่อนไปตามร่องจนกระทั่งสายพานตึง แล้วจึงขันสลักเกลียวปรับให้แน่น
  • 4. เทอร์โมสเตตไม่ทำงาน
    เมื่อน้ำหล่อเย็นร้อนขึ้นเทอร์โมสแตตจะเริ่มเปิดออกทีละน้อย และจะเปิดเต็มที่เมื่อถึงอุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์แต่ถ้าเทอร์โมสแตตเสีย เทอร์ดมสแตตจะไม่เปิดออกให้น้ำไหลผ่าน เครื่องยนต์จะร้อนจัดอย่างรวดเร็วควรตรวจสอบและเปลี่ยนใหม่
  •  5. ท่อน้ำเสียเสื่อมสภาพและเกิดการตีบตัน
    ท่อน้ำที่ใช้มาเป็นเวลานานจะเสื่อมสภาพ ท่อน้ำอาจเละและแบนตีบตันหรือหักงอจนกระทั่งน้ำหล่อเย็นไหลผ่านไม่สะดวก และไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อน ควรเปลี่ยนท่อใหม่ทั้งหมด ถึงแม้ว่าท่อน้ำอื่นยังคงดูดีก็ตาม…..
  • 6. เกิดตระกรัน เป็นฉนวนกันความร้อน
    ความร้อนจึงระบายออกยาก ตะกรันเกิดจากการใช้น้ำหล่อเย็นที่กระด้าง ดังนั้นควรใช้น้ำยาขจัดตระกรันแล้วถ่ายน้ำทิ้ง เติมน้ำหล่อเย็นใหม่โดยผสมกับน้ำยาป้องกันการเกิดตระกรัน น้ำหล่อเย็นที่เติมลงในหม้อน้ำควรเป็นน้ำที่สะอาดและมีความกระด้างน้อย เช่น น้ำฝน
  • 7. ปั๊มน้ำชำรุด
    ปั๊มน้ำที่ใช้งานเป็นเวลานานอาจเกิดการผุกร่อน เช่นใบพัดผุกร่อน หรือหัก ทำให้ประสิทธิภาพของปั๊มลดลง น้ำหล่อเย็นไหลเวียนไม่เพียงพอ กรณีนี้ต้องเปลี่ยนปั๊มน้ำใหม่
  • 8. ใช้พัดลมหม้อน้ำไม่ถูกต้อง
    เช่น พัดลมมีขนาดเล็กไปหรือมีจำนวนใบพัดน้อยกว่าปกติทำให้ปริมาณลมที่ไหลผ่านหม้อน้ำไม่เพียงพอ ความร้อนจึงระบายออกไม่ทัน ควรเปลี่ยนพัดลมใหม่

 

 

  • 9. มีเศษสิ่งสกปรกติดอยู่ที่หน้ากระจัง
    บางครั้งอาจมีเศษกระดาษหรือถุงพลาสติก หรือเศษใบไม้ติดค้างอยู่หน้ากระจังซึ่งอยู่ด้านหน้ารถยนต์ สิ่งสกปรกเหล่านั้นจะกั้นการไหลของอากาศที่ผ่านหม้อน้ำ ทำให้การระบายความร้อนไม่ดีเท่าที่ควรเครื่องยนต์จึงร้อนจัด  ควรตรวจสอบและนำสิ่งสกปรกเล่านี้ออกให้หมด
  • 10. ฝาหม้อน้ำชำรุด
    ตามปกติฝาหม้อน้ำจะมีวาล์ว ระบายความดันส่วนเกินออกไปในขณะเครื่องยนต์ร้อนจัด แต่ถ้าฝาหม้อชำรุด วาล์วอาจเปิดตลอดเวลา เมื่อน้ำหล่อเย็นร้อนเข้าใกล้จุดเดือดจะระเหยกลายเป็นไอออกไปจากหม้อน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำหล่อเย็นลดลงเร็วกว่าปกติ และไม่เพียงพอต่อก่ารระบายความร้อน ควรเปลี่ยนฝาหม้อน้ำใหม่
  • 11. ระดับน้ำมันหล่อลื่นต่ำเกินไป
    น้ำมันหล่อลื่นนอกจากจะช่วยหล่อลื่นและลดแรงเสียดทาน แล้วยังช่วยระบายความร้อนออกจากชิ้นส่วนต่างๆที่เคลื่อนที่ด้วย ถ้าปริมาณน้ำมันหล่อลื่นน้อยเกินไป จะทำให้ไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อน ควรตรวจสอบก้านวัดระดับน้ำมันแล้วเติมให้เต็มถึงขีดสูงสุด
  • 12. เครื่องยนต์ทำงานหนักเกินไป
    อาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด เช่น บรรทุกของหนัก หรือลืมปลดเบรกมือ หรือใช้ขับคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศควรลดภาวะของเครื่องยนต์ลงบ้างเมื่อเครื่องยนต์เรื่มร้อนจัด เช่น ตัดการขับคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ
  • 13. ปรับส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศไม่เหมาะสม
    ถ้าส่วนผสมจางเกินไป (น้ำมันเชื่อเพลิงน้อยเมื่อเทียบกับอากาศ) เครื่องยนต์จะร้อนจัด ควรปรับส่วนผสมใหม่ให้เหมาะสม
  • 14. ตั้งเวลาการจุดรัเบิดของหัวเทียนไม่เหมาะสม
    ถ้าตั้งไฟจุดระเบิดอ่อนเกินไป (การจุดระเบิดของหัวเทียนช้ากว่าปกติ)จะทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดเกินไป ควรปรับไฟจุดระเบิดใหม่ให้เหมาะสม
  • 15. เกจวัดอุณหภูมิชำรุด
    บางครั้งเกจวัดอุณหภูมิชำรุดเสียหายก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้ คือเกจจะอ่านที่อุณหภูมิสูงตลอดเวลาทั้งๆที่น้ำหล่อเย็นมีอุณหภูมิต่ำ ควรเปลี่ยนเกจใหม่
(Visited 6,999 time, 1 visit today)

Comments

comments

Share.