ติดแก๊สระบบดูด ในรถยนต์มันคืออะไร..มาดูกัน

2

ติดแก๊สระบบดูด ในรถเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งเป็นระบบสามารถเลือกสลับได้ที่จะใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเบนซินหรือแก๊สNGV หรือ LPG(อย่างใดอย่างหนึ่ง อุปกรณ์การติดตั้งหน้าที่การทำงาน คล้ายกันแต่ต้องใช้อุปกรณ์การติดตั้งของใครของมัน NGVใช้อุปกรณ์NGV ส่วนLPGก็ใช้อุปกรณ์ติดตั้งของLPG)

ระบบนี้มีทั้งผลิตจากโรงงานโดยตรงหรือนำรถยนต์เบนซินมาติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม  ซึ่งแบ่งได้ 2 ระบบ

ติดแก๊สระบบดูด (Fumigation System)

ซึ่งจะมีอุปกรณ์ผสมแก๊สกับอากาศ (Gas Mixser) ทำหน้าทีดูอากาศผสมเข้าไปกับแก๊สในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ ระบบนี้ใช้กับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด อุปกรณ์หลักประกอบด้วย

1. ถังแก๊ส
ต้องมีความแข็งแรงในการรับความดันของแก๊ส อาจจะทำด้วยเหล็ก อะลูมิเนียมหรือเรซิ่นใยสังเคราะห์ก็ได้ ถังNGV ต้องมีความแข็งแรงสูงเพื่อรองรับแรงดันของแก๊สมาก ทำให้มีน้ำหนักมากเช่น ถังเหล็กขนาดความจุ 70 ลิตร(น้ำ) หนัก 63 ก.ก. เติมแก๊สได้ประมาณ 15 ก.ก. วิ่งได้ประมาณ 150 ก.ม. ส่วน ถัง LPG  ขนาดบรรจุเดียวกันแต่โครงสร้างเบากว่าเพราะแรงดันแก๊สน้อยกว่าNGV เติมได้สูงสุด 60 ลิตร วิ่งได้ประมาณ 500-600 ก.ม.

2. เต้ารับเติมแก๊ส
ทำหน้าที่รับแก๊สเข้าบรรจุในถังแก๊ส

3. หม้อต้ม (Evaporator)
หรือุปกรณ์ปรับความดันแก๊ส (Pressure Regulator)เป็นอุปกรณ์ที่จะลดความดันแก๊สจากถังแก๊สให้อยู่ในระดับที่จะใช้งานในเครื่องยนต์ เนื่องจากเมื่อลดความดันแก๊สแล้ว แก๊สจะเย็นลงจนอาจจะทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะหม้อต้มหรืออุดตันทางไหลของแก๊สได้ จึงต้องใช้น้ำที่ระบายความร้อนจากเครื่องยนต์มาอุ่น คนทั่วไปจึงเรียกอุปกรณ์ลดความดันนี้ว่า หม้อต้ม

4. อุปกรณ์ปรับเวลาการจุดระเบิด 
ของเครื่องยนต์ ( Timing Advancer)  ทำหน้าที่ปรับจังหวะการจุดระเบิดของหัวเทียนให้เหมาะกับการเผาไหม้แก๊ส (กรณีที่ใช้แก๊สจะปรับให้หัวเทียนจุดระเบิดเร็วขึ้นเนื่องจากต้องการเวลาในการเผาไหม้นานกว่าน้ำมันเบนซิน)

 

 

5. สวิตช์เลือกชนิดเชื้อเพลิง
ทำหน้าที่ตัด/ต่อระบบควบคุมแต่ละเชื้อเพลิงที่ต้องการใช้ ติดแก๊สระบบดูด นี้ยังสามารถแบ่งระบบควบคุมการจ่ายแก๊สได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

  • ติดแก๊สระบบดูด แบบวงจรเปิด จะมีอุปกรณ์หลักตามข้อ 1-4
    ปริมาณแก๊สที่จ่ายจะเข้าไปผสมกับอากาศที่บริเวณท่อร่วมไอดี โดยอาศัยแรงดูดจากอากาศที่ป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทั้งนี้ปริมาณแก๊สที่จ่ายจะขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสกรูปรับแก๊สหรือวาล์วจ่ายแก๊สที่ผู้ติดตั้งทำการปรับแต่งซึ่งจะทำให้ไม่สามารถควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้ของแก๊สให้สมบูรณ์ได้ในทุกช่วงการทำงานของเครื่องยนต์ตามสาวะการขับขี่ต่างๆ
    ค่าอุปกรณ์และการติดตั้งของ NGV ประมาณ 30,000-40,000 บาท (ถังแก๊สขนาด 70 ลิตร) ในขณะที่ LPG จะอยู่ที่ 12,000-25,000 บาท (ถังขนาด 75 ลิตร) ในส่วนรถรุ่นเก่าแนะนำให้ใช้ระบบนี้ เพราะไม่ต้องตัว Oxygen Sensor ที่ต้องกังวลเรื่องค่า Error
  • ติดแก๊สระบบดูด วงจรปิด จะมีอุปกรณ์หลักๆเหมือนกัน
    นอกจากนี้ยังประกอบด้วย ชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ชุดควบคุมการจ่ายแก๊ส ( Actuator) ตัวตรวจวัดตำเหน่งปีกฝีเสื้อ ( Throttle Position Sensor) และตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor) แบบวงจรนี้จะควบคุมส่วนผสมแบบใช้อากาศพอดีสำหรับการเผา ทำให้เกิดการเผาไหม้ของแก๊สสมบูรณ์ ทั้งนี้ปริมาณแก๊สที่จ่ายไปผสมกับอากาศที่บริเวณท่อร่วมไอดีจะถูกควบคุมโดยชุดควบคุมการจ่ายแก๊ส ซึ่ง ECU จะควบคุมการเปิด/ปิดของโซลินอยล์วาล์วอีกทีหนึ่ง ปริมาณแก๊สที่จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณออกซิเจนที่หรือจากการเผาไหม้ในท่อไอเสียโดยใช้ตัวตรวจวัดออกซิเจนและตำเหน่งการเปิดปิดของปีกฝีเสื้อมาประมวณผลการจ่ายปริมาณแก๊สให้เหมาะกับการทำงานของเครื่องยนต์ตามสภาวะการขับขี่ต่างๆ อย่างไรก็ดีปัจจัยสำคัญที่จะเป็นปัญหาก็คือ Oxygen Sensor Error ถ้าสภาพไม่ดีจริงการตรวจจับอาจคลาดเคลื่อนและเป็นปํญหาได้(ในกรณีรถเก่า) ค่าอุปกรณ์และการติดตั้งของ NGV ประมาณ 40,000-50,000 บาท (ถังแก๊สขนาด 70 ลิตร) ในขณะที่ LPG จะอยู่ที่ 18,000-25,000 บาท (ถังขนาด 75 ลิตร)

 

(Visited 10,073 time, 1 visit today)

Comments

comments

Share.