ดูแลรถเบื้องต้นเรื่องง่าย ๆ แต่ต้องรู้

0

การดูแลรถที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์กลไกเบื้องต้นที่จำเป็น สามารถทำด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ แต่มีความสำคัญทีเดียว เพราะเป็นปัจจัยเบื้องต้นทำให้รถยนต์ของท่านคงสมรรถภาพ มีอายุใช้งานได้ยาวนาน และมีความปลอดภัยในการขับขี่

ดูแลรถเบื้องต้นเรื่องง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

การเช็กน้ำมันเครื่อง
ควรเช็กทุกสัปดาห์ ว่าตรงตามขีดที่กำหนดหรือไม่ ต่ำหรือสูงไปก็ไม่ดี และ เช็กดูว่ามีน้ำมันเครื่องรั่วซึมจากบริเวณฝาครอบวาล์ว ปั๊มพาวเวอร์ และจานจ่ายหรือไม่  หากระดับน้ำมันเครื่องสูงเกินไปอาจทำให้เครื่องร้อนจัด น็อกได้ง่าย หรือหากระดับน้ำมันเครื่องต่ำเกินไปอาจทำให้เครื่องพังเร็วได้

 วิธีการเช็กน้ำมันเครื่องให้ทำดังต่อไปนี้

  • อุ่นเครื่องยนต์จนถึงอุณหภูมิทำงานแล้วดับเครื่อง
  • รถควรอยู่ในแนวระดับเครื่องยังร้อน และวัดหลังจากดับเครื่องยนต์ไปแล้ว 2 – 3 นาที
  • เช็กระดับน้ำมันเครื่องโดยการใช้ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง
  • ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออก เช็กน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดด้วยผ้า
  • เสียบก้านวัดน้ำมันเครื่องคืนกลับจุดเดิม
  • ดึงก้านวัดออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด หากระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่าง F กับ L ซึ่งหมายถึงระดับน้ำมันเครื่องปกติ
  • เช็กระดับน้ำมันเครื่องที่ก้านวัดอีกครั้ง หลังเติมน้ำมันเครื่องลงไปแล้ว
  • นอกจากนี้ไม่ควรเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ 

การเช็กน้ำมันเบรก
เช็กน้ำมันเบรกว่าต่ำกว่าขีดที่กำหนดหรือไม่ ควรจะอยู่ระหว่าง max และ min ซึ่งควรอยู่ระดับ max จะดีที่สุด นอกจากนี้มีวิธีการเติมน้ำมันเบรกที่ถูกต้องด้วย มีดังต่อไปนี้

  • เติมน้ำมันเบรกให้ตรงกับระบบเบรกของรถ หรือเป็นน้ำมันเบรกที่เคยใช้
  • เติมน้ำมันเบรกจนถึงเส้นไข่ปลา และเมื่อปิดฝาระดับน้ำมันจะขึ้นถึงระดับที่ถูกต้อง
  • น้ำมันเบรกจะเสื่อมคุณภาพ หากมีน้ำหรือความชื้นปะปนลงไป
  • น้ำมันเบรกเป็นอันตรายต่อดวงตา และสามารถทำลายสีรถได้ ดังนั้น ต้องระวังอย่าให้ล้นหรือกระเด็น
  • ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุก ๆ 25,000 กิโลเมตร
  • ไม่ใช้น้ำมันเบรกแทนน้ำมันหล่อลื่นหรือจาระบี
  • ไม่นำน้ำมันเบรกที่ถ่ายแล้วกลับมาใช้ใหม่อีก

 

การเช็กน้ำมันคลัตช์

  • เช็กน้ำมันคลัตช์ว่าต่ำกว่าขีดที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งระดับน้ำมันคลัตท์ควรอยู่ที่ระดับ max เสมอ หากพบว่าระดับน้ำมันคลัตช์ลดต่ำลงให้นำรถเข้าศูนย์หรืออู่ทันที 

การเช็กน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
ให้เช็กระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เดือนละครั้ง และควรเช็กระดับน้ำพวงมาลัยเพาเวอร์ ในขณะที่เครื่องยังเย็น โดยดูที่ด้านข้างของกระปุกน้ำมัน ระดับน้ำมันควรอยู่ที่ไม่เกินขีดระดับสูงสุดและต่ำสุด มีคำแนะนำในการเติมน้ำมันและถนอมการใช้พวงมาลัยอย่างถูกต้องดังต่อไปนี้

  • เลือกใช้น้ำมันที่มีมาตรฐานหรือเคยใช้มาก่อน
  • เทน้ำมันช้า ๆ อย่างระวัง หากน้ำมันหกให้รีบทำความสะอาดทันที เพื่อป้องกันความเสียหายของส่วนประกอบอื่น ๆ ในห้องเครื่องยนต์
  • การหมุนพวงมาลัยค้างไว้สุดทางด้านซ้ายหรือขวา อาจทำให้ระบบลูกยาง ท่อยาง ลูกยาง ที่เกี่ยวข้องกับระบบเพาเวอร์ฉีกขาดหรือแตกได้ เพราะการหมุนพวงมาลัยสุดจะทำให้แรงดันสูง
  •  การที่ระดับน้ำมันต่ำอาจจะเกิดจากการรั่วในระบบ ให้เช็กระดับน้ำมันและนำรถเข้าศูนย์เพื่อเช็กอย่างละเอียดจะดีกว่า

เช็กน้ำมันเกียร์
มีวิธีการเช็กและการดูแลน้ำมันเกียร์ดังต่อไปนี้

  • เช็กระดับน้ำมันเกียร์หลังอุ่นเครื่องให้ร้อนแล้ว เพราะโครงสร้างของเกียร์อัตโนมัติจะทำให้ปริมาณของน้ำมันเกียร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
  • ให้จอดรถในพื้นระดับและดึงเบรกมือด้วย
  • ให้เครื่องยนต์เดินเบา เหยียบเบรก ดึงคันเบรกมือและเลื่อนคันเกียร์ช้า ๆ จากตำแหน่ง P ไปยังตำแหน่งอื่น ๆ จนถึงตำแหน่งเกียร์ L แล้วเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเกียร์ P อีกครั้ง
  • ดึงไม้วัดระดับน้ำมันออกมาขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา
  •  เช็ดคราบน้ำมันด้วยผ้าให้สะอาด เสียบไม้วัดระดับน้ำมันเข้าไปอีกครั้ง แล้วเช็กระดับน้ำมันให้อยู่ในช่วง hot
  •  หากระดับน้ำมันมากกว่าค่ากำหนดน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ อาจรั่วออกจากรูระบายจนทำให้เกียร์กระตุกได้
  • หากระดับน้ำมันเกียร์ต่ำเกินไป อาจทำให้การหล่อลื่นไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดการเสียดสีของกลไกภายในเกียร์มากขึ้น
  • หากขีดของน้ำมันด้านหลังของเกวัดแตกต่างจากด้านหน้า ให้คุณอ่านที่ค่าต่ำสุด
  • หมั่นตรวจเช็คระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เดือนละครั้ง เพื่อความปลอดภัย

 

(Visited 1,521 time, 1 visit today)

Comments

comments

Share.