การใช้งานและดูแล เกียร์ออโต้ ให้ถูกต้องยืดอายุเกียร์

0

ปัจจุบันเกียร์ระบบอัตโนมัติหรือ เกียร์ออโต้ มีทั้งระบบส่งกำลังแบบ torque Converter หรือคลัตช์ไฟฟ้าแม้แต่แบบ CVT จะมีคุณสมบัติต่างๆที่ดีขึ้น แต่เรื่องความทนทานสู้เกียร์ธรรมดาไม่ได้

สาเหตุส่วนใหญ่ของเกียร์ออโต้เสื่อม มีอายุการใช้งานน้อยกว่าปกติมาจากการขับขี่ และใช้งานไม่ถูกต้องทำเสียค่าซ่อมซึ่งแพงโดยไม่จำเป็น แต่ทั้งหมดสามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้าคุณรู้จักดูแลและการใช้งานเกียร์ออโต้ให้ถูกต้อง ดังนี้

การใช้งานและดูแล เกียร์ออโต้ ให้ถูกต้อง   dontcare

1. จำไว้เสมอเหยียบเบรกก่อนเปลี่ยนตำเหน่ง เกียร์ออโต้ 
โดยเฉพาะ จากตำแหน่งหยุดนิ่งสู่ตำแหน่งขับเคลื่อน ซึ่งการเหยียบเบรกนั้นจะช่วยให้ ระบบส่งกำลังไม่เกิดการกระชาก เพื่อให้ระบบเกียร์ทำงานอย่างลื่นไหล เป็นการถนอมชุดเฟืองเกียร์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงกันโดยตรงต่อการการสึกหรอของระบบเกียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบเกียร์ใหม่ๆ อย่าง CVT ซึ่งมีความเปราะบางทางด้านกลไกพอสมควร และที่สำคัญอย่าเร่งรอบเครื่องยนต์สูงแล้วออกตัวแรงๆ อันนี้เกียร์พังเร็วขึ้นแน่นอน

2. เหยียบเบรกค้างแล้วใส่เกียร์ Dไว้ เวลาติดไฟแดง
หรือหยุดรถนานๆ มีผลเสียมากกว่าดี จะมีผลเสียในระยะยาวโดยเฉพาะ ชุด torque Converter ซึ่งทำหน้าที่รับกำลังจากเครื่องยนต์โดยตรง โดยด้านหนึ่งติดกับเครื่องยนต์ อีกด้านติดกับชุดเกียร์ ซึ่งการที่เราเบรก คือการที่เราหยุดรถไม่ให้เคลื่อนไปข้างหน้า แต่ในชุดเกียร์นั้นยังคงทำงาน และ จะมีแรงสะสมมาก ด้วยแรงดันน้ำมันที่หมุนวนตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงความร้อนที่มากขึ้นด้วย ดังนั้นทางที่ดี ควรจะปลดกับมาสู่เกียร์ N เพื่อลดภาระนั้น โดยเฉพาะเมื่อรถติดนานกว่า 2 นาทีขึ้นไป

3. ขับขี่อย่างนุ่มนวล ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าคิกดาวน์ 
การคิกดาวน์ เป็นการเปลี่ยนจังหวะเกรียร์เพื่อให้อัตราเร่งได้มากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายถึงการสึกหรอโดยตรง แต่เมื่อคุณใช้มันบ่อย จะทำให้น้ำมันเกียร์มีความร้อนสะสมในมากและเสื่อมสภาพเร็ว งมีผลให้ เกียร์จะเสื่อมสภาพตามไปด้วย

4. ระบบเกียร์มีออพชั่น การใช้งานในการขับขี่
ควรศึกษาเพื่อใช้งานของเกียร์ออโต้แต่ละเกียร์ได้อย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย หรือ ความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อนแล้ว ยังให้การขับขี่ที่นุ่มนวลอีกด้วย เช่น

  • D4 หมายถึงเกียร์ออโต้ 4 สปีด ใช้ในการขับรถเดินหน้าในสภาพการขับขี่ทั่วไป เช่น การขับรถ ในตัวเมือง รวมทั้งการขับรถด้วยความเร็วสูง  เกียร์ จะเปลี่ยนตามสภาพการทำงานของเครื่องยนต์และความเร็วของรถ ไล่ไปตั่งแต่เกียร์1ไป2ไป3ไป4ตามลำดับ
  • D3 หมายถึงเกียร์ออโต้ 3 สปีด ใช้สำหรับขับรถขึ้นหรือลงเนิน เพื่อป้องกันมิให้เกียร์เปลี่ยนกลับไป กลับมาบ่อยๆ ระหว่างเกียร์ 3 และเกียร์ 4 นอกจากนี้ยังใช้สำหรับกรณีที่ต้องการ ให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลัง เบรคมากขึ้น
  • ในตำแหน่ง D4 และ D3 หากต้องการเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่น ในเวลาที่ต้องเร่งแซงรถที่อยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ สามารถใช้การ KICK DOWN เหยียบคันเร่งจมติดพื้น เกียร์จะเปลี่ยนโดยออโต้ และทำให้รถพุ่ง ไปข้างหน้าเร็วขึ้น
  • D2 หมายถึง เกียร์ 2 ใช้สำหรับการขับรถลงเขาเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลังเบรคมากขึ้น หรือการขับรถขึ้นเขา เพื่อเพิ่มกำลังขับเคลื่อน รวมทั้งการขับบนถนนลื่น และการขับขึ้นจากหล่มโคลนหรือทราย
  • D1 หรือL หมายถึง เกียร์ 1 ใช้สำหรับการขับรถขึ้น-ลงเขาที่สูงชันมากๆ
  • P ใช้สำหรับจอดรถในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางรถคันอื่นหรือจอดในบริเวณที่ลาดชัน
  • N เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้ในการหยุดรถชั่วคราวหรือจอดรถในตำแหน่งที่กีดขวางเส้นทางจราจร สามารถเข่นรถได้

 

 

5. อย่าเข้าเกียร์ถอยหลัง R ขณะรถยังไหลเดินหน้ายังไม่หยุดสนิท
ไม่เป็นผลดีต่อระบบเกียร์เลย เพราะ แรงที่หมุนสวนทางกันอย่างรุนแรง จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชุดเฟือง สายพาน และ ลูกปืนต่างๆ และทำให้มีอายุใช้งานสั้นลง

6. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้ง
จะช่วยยืดอายุการทำงานของระบบเกียร์ได้  สาเหตุเพราะสภาพอากาศที่ร้อนและการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ทำให้รถยนต์ต้องวิ่งๆ หยุดๆ ทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมคุณภาพได้

ระบบเกียร์อัตโนมัติมันใช้งานได้ง่ายก็จริง แต่ต้องใช้ให้ถูกต้อง รวมทั้งการดูแลสมม่ำเสมอ จะทำให้เราใช้งานไปอีกยาวนาน

(Visited 10,031 time, 1 visit today)

Comments

comments

Share.